ใส่ E-mail ของคุณ
เพื่อรับข่าวสารใหม่ๆค่ะ


   







บทความ (Article)

เนื้อหาบทความ
 

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหิตลาธิเบศรรามาธิบดีจักรีนฤบดินทรสยามินทราธิราบรมนาถบพิตร



พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา ภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี

จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิรา บรมนาถบพิตร กับกิจการสื่อสารไทย

เรียบเรียงโดย ปรเมศวร์ กุมารบุญ

 
                            พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงสนพระทัยด้านการสื่อสารตั้งแต่ทรงพระเยาว์  "...ทรงทดลองต่อสายไฟพ่วงขนานกับลำโพงขยาย ของเครื่องรับวิทยุส่วนพระองค์ที่ผลิตจากประเทศสวีเดน ยี่ห้อ 'Centrum' จากห้องที่ประทับพระองค์ท่านไปยังห้องที่ประทับของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ทั้งสองพระองค์ทรงพอพระทัยในบริการเสียงตามสายไม่น้อย..." (พลตำรวจตรี สุชาติ เผือกสกนธ์, วันสื่อสารแห่งชาติ: ๒๕๓๐)
 
ดังที่ทราบกันทั่วไป พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลฯ ทรงมีพระราชอัจฉริยะภาพในทุกๆ ด้าน แต่พสกนิกรชาวไทยได้ล่วงรู้ถึงพระราชอัจฉริยะด้านการสื่อสารเพียงเล็กน้อย แท้จริงแล้วทรงพระปรีชาสามารถด้านวิศวกรรมโทรคมนาคมอย่างสูง และพระองค์ทรงใช้เทคโนโลยีการสื่อสารสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจในการเร่งพัฒนาบ้านเมือง และบำบัดทุกข์ราษฎรตลอดระยะเวลาที่ทรงครองราชย์มายาวนาน
แม้เทคโนโลยีการสื่อสารจะพัฒนาเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วอยู่เสมอ แต่พระราชปณิธานอันแน่วแน่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่มิเคยแปรผันตามกาลเวลานั่นคือ ความรัก ความผูกพัน ความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาแก้ไขความยากไร้ที่เป็นอยู่ของประชาชน ดังสัจวาจาของพระมหากษัตริย์ที่ทรงเคยตรัสไว้ก่อนที่จะกลับไปศึกษายังสวิสแลนด์ว่า ถ้าประชาชนไม่ทิ้งข้าพเจ้าแล้ว ข้าพเจ้าจะละทิ้งประชาชนได้อย่างไร” กาลเวลาที่ทรงครองราชย์กว่า ๖๕ ปี ที่ผ่านมาเป็นสิ่งที่พิสูจน์ความรักความผูกพันอันยิ่งใหญ่ของพระมหากษัตริย์ไทยกับประชาชน
เมื่อหกสิบกว่าปีก่อน พระมหากษัตริย์หนุ่มพระองค์หนึ่ง ทรงทุ่มเทพระปรีชาสามารถ และพระอุตสาหะทั้งมวล เพื่อหาหนทางที่จะพัฒนาบ้านเมือง โดยเฉพาะการแก้ไขความเป็นอยู่ของราษฎรผู้ยากไร้ อย่างเต็มพระกำลังมากที่สุดเท่าที่พระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญจะทรงกระทำได้ ทรงย่ำพระบาทไปทุกพื้นที่ในราชอาณาจักรของพระองค์เพื่อทรงรับทราบปัญหาเพื่อที่จะหาหนแก้ไขในทันที และหากพบปัญหาบ้านเมืองที่ยิ่งใหญ่ก็จะนำกลับมาทรงงานโดยทุ่มเทพระราชอัจฉริยะภาพในทุกด้านของพระองค์เพื่อที่จะนำมาบำบัดทุกข์บำรุงสุขของราษฎรอย่างยั่งยืนต่อไป ทรงประกอบพระราชกรณียกิจเช่นนี้ตลอดทุกวันใน ๖๕ ปีที่ผ่านมา ทรงตรากตรำทำงานหนัก อย่างนายอินทร์ผู้ปิดทองหลังพระตลอดมา
 
บางเกร็ดประวัติศาสตร์ การสื่อสารของในหลวงกับปวงประชา
หกสิบกว่าปีที่แล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงให้ความสำคัญกับวิทยุสื่อสาร ดังที่พสกนิกรชาวไทยได้เห็นจากพระบรมฉายาลักษณ์ที่พระองค์ทรงใช้วิทยุสื่อสารพกติดพระองค์ในการประกอบพระราชกรณียกิจอยู่เสมอ เพราะพระองค์ทรงใช้ในการสดับตรับฟังทุกข์สุขของประชาชน และปัญหาในการปฏิบัติหน้าที่ของเหล่าข้าราชการตลอดเวลา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงใช้พระปรีชาด้านการวิทยุสื่อสารและเทคโนโลยีการสื่อสารด้านอื่น พระองค์ได้ทรงสร้างคุณูปการให้แผ่นดิน และบำบัดทุกข์ให้ราษฎรมานานับปการ ดังตัวอย่างต่อไปนี้
-     ทรงคิดค้นพัฒนาเทคโนโลยีสายอากาศของวิทยุสื่อสาร ให้เหมาะสมกับการปฎิบัติภารกิจของเจ้าหน้าที่บริเวณชายแดน และพื้นที่ห่างไกล
-     ทรงใช้วิทยุสื่อสารรับฟังปัญหาของบ้านเมือง ผ่านเครือข่ายตำรวจ ทหาร หน่วยราชการ เพื่อที่จะสามารถแก้ไขปัญหาได้ทันที
-          ทรงใช้วิทยุสื่อสารกับภารกิจปฏิบัติการฝนหลวง
-          ทรงประยุกต์หลักวิศวกรรมวิทยุสื่อสาร เพื่อใช้เป็นวิทยุหาทิศทางเพื่อระงับผู้ลักลอบใช้ความถี่ผิดกฎหมาย
-          ทรงใช้วิทยุสื่อสารช่วยผู้ป่วยในท้องถิ่นทุรกันดารได้ถึงบริการทางการแพทย์
-     พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเร่งสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงการศึกษาให้เยาวชนในพื้นที่ห่างไกลในประเทศ จึงทรงได้มีพระราชดำริ ให้ดำเนินโครงการต่างๆ ทางด้านการศึกษาทางไกลด้วยเทคโนโลยีการสื่อสารผ่านดาวเทียม
-          ทรงใช้เทคโนโลยีการสื่อสารต่างๆ ติดตามการเปลี่ยนแปลงลม ฟ้า อากาศ
-          ฯลฯ
 
บางครั้ง ระหว่างการเสด็จเยี่ยมราษฎรได้ทรงพบว่า มีผู้ใดที่กำลังป่วยเจ็บจำเป็นต้องบำบัดรักษา จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้คณะแพทย์ผู้ตามเสด็จตรวจรักษาทันที ในบางรายที่มีอาการป่วยหนัก จำเป็นต้องส่งตัวเข้าบำบัดรักษาในโรงพยาบาลท้องถิ่นหรือโรงพยาบาลในกรุงเทพมหานคร ทรงรับสั่งให้นำส่งโดยเร็ว หรือบางคราว พระองค์ท่านจะรับสั่งผ่านทางวิทยุสื่อสารถึงหน่วยงานอื่นๆ เพื่อประสานความช่วยเหลือ อาทิเช่น ตำรวจตระเวนชายแดน เพื่อขอรับการสนับสนุน เฮลิคอปเตอร์ เพื่อนำผู้ป่วยส่งยังที่หมายปลายทางพระองค์ได้ทรงพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้นำระบบสื่อสารแบบถ่ายทอดสัญญาณหรือ Repeater ซึ่งเชื่อมต่อทางวงจรทางไกลขององค์การโทรศัพท์ฯ ให้มูลนิธิแพทย์อาสาฯ (พอ.สว.) นำไปใช้
 พระองค์ทรงมีสายพระเนตรยาวไกลในการพัฒนาปรับปรุงคุณภาพวิทยุสื่อสารในท้องถิ่นทุรกันดาร ด้วยจากความสนพระทัยในวิชาช่างสื่อสารมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ เดินสายลำโพง หรือแม้กระทั่งการต่อวิทยุแร่ได้ด้วยพระองค์เองตั้งแต่ทรงพระเยาว์ และมีพื้นฐานจากการเรียนวิศวกรรมศาสตร์พื้นฐานมาก่อน พระองค์ทรงตระหนักในความสำคัญว่า การสื่อสารทางวิทยุจะเป็นสื่อที่ดีที่สุด
ดังนั้น เมื่อได้ทรงเข้าพระทัยในหลักวิชาเทคนิคการสื่อสารทางวิทยุตามที่อาจารย์กราบบังคมทูลไว้บ้าง และทรงศึกษาด้วยพระองค์เองบ้าง จึงได้เริ่มทำการทดลองปฏิบัติการโดยใช้เครื่องรับ-ส่งวิทยุ และเครื่องอุปกรณ์ต่างๆ อาทิ สายอากาศ เครื่องมือตรวจวัด ฯลฯ จนทรงแตกฉานในเรื่องงานเทคนิควิทยุสื่อสาร ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะพัฒนาระบบสายอากาศ พระองค์ได้ทรงทำการศึกษาค้นคว้าเรื่องสายอากาศอย่างจริงจัง และต่อเนื่อง ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้ที่ทรงคุณวุฒิอีกหลายท่าน อาทิ เจ้ากรมสื่อสารทหาร เจ้ากรมสื่อสารทหารเรือ เจ้ากรมสื่อสารทหารอากาศ เจ้ากรมการทหารสื่อสาร ดร. สุธี อักษรกิตติ์ อาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือ เป็นต้น เข้าเฝ้าฯ เพื่อกราบบังคมทูลหลักวิชาเกี่ยวกับการสื่อสาร โดยเฉพาะเรื่องสายอากาศ สำหรับ ดร.สุธีฯ นั้น ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สนองพระราชดำริต่างๆ ซึ่งได้พระราชทานไปมากถึง ๒๑ หัวข้อ ไปทำการค้นคว้าพัฒนาสายอากาศแบบต่างๆ ที่มีประสิทธิภาพในการแผ่กระจายคลื่น และรับสัญญาณสูงมากเป็นพิเศษ
ผลงานการค้นคว้าของ ดร.สุธีฯ ทำให้เกิดสายอากาศแบบใหม่ขึ้นมา มีรัศมีทำการไกลมากเป็นพิเศษ สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในระบบถ่ายทอดสัญญาณวิทยุ หรือ ระบบรีพีทเตอร์ได้เป็นอย่างดี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงทดลองทำการติดต่อสื่อสารทางวิทยุย่านความถี่สูงมาก (VHF) ระหว่างพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ จังหวัดเชียงใหม่ กับ กรุงเทพมหานคร ผ่านระบบรีพีทเตอร์ที่ใช้สายอากาศที่ ดร.สุธีฯ ได้ทำการค้นคว้า ปรากฏว่า สามารถติดต่อกันได้อย่างชัดเจนเป็นที่พอพระราชหฤทัยเป็นอย่างยิ่ง จึงได้ทรงพระกรุณาพระราชทานนามของสายอากาศที่เป็นผลงานการค้นคว้าของ ดร.สุธีฯ ซึ่งมีอยู่ ๔ แบบด้วยกันว่า “สายอากาศ “สุธี ๑, สุธี ๒, สุธี ๓ และ สุธี ๔“ นอกจากนี้ ยังได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ส่วนราชการ และรัฐวิสาหกิจต่างๆ เช่น กองการสื่อสารตำรวจ การไฟฟ้าฝ่ายผลิต ฯลฯ นำเอาแบบของสายอากาศเหล่านี้ไปสร้างเพื่อใช้ประโยชน์ในการติดต่อสื่อสารทางวิทยุภายในแต่ละหน่วยงานด้วย
 
ใต้เบื้องพระยุคลบาทของ รศ.ดร.สุธี อักษรกิตติ์
ในหนังสือ "ในหลวงที่สุดของหัวใจ" และมีหลายสื่อ หลายเว็บไซต์ ได้เผยแพร่ไปทั่ว ยังคงความประทับใจให้กับพวกพสกนิกรชาวไทย โดยเฉพาะหลุ่มวิชาชีพวิศวกรไฟฟ้าสื่อสาร อย่างไม่รู้คลาย
ในครั้งแรก ผม (รศ.ดร.สุธี อักษรกิตติ์) ทำงานตามพระราชดำริโดยไม่ทราบว่าเป็นงานของพระองค์จนกระทั่งวันหนึ่ง มีคนบอกว่า ให้เข้าไปในวังด้วยกัน และให้นำระบบสายอากาศชนิดใหม่ขึ้นไปติดตั้ง ก็ไม่ได้คิดว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จฯ มา แต่ว่าแปลกใจทำไมอยู่ดีๆ เจ้าหน้าที่ที่กำลังติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ อยู่บนดาดฟ้าของพระตำหนักถึงปีนลงมาทั้งๆ ที่งานยังไม่เสร็จ แท้ที่จริงพระองค์ท่านเสด็จฯ มายืนอยู่ข้างหลัง
.
ผมเหลียวหลังไปมองนิดหนึ่ง ครั้นพอเห็นพระองค์ท่านก็ตกใจ เป็นอาการวูบขึ้นมาทันที นึกอยู่ในใจว่าใช่แล้ว ใช่แน่ ๆ เพราะคิดว่าเหมือนในรูป ผมก็รีบทำความเคารพ แล้วก็ทำอะไรไม่ถูก สิ่งที่ผมจำได้คือเราต้องอยู่ต่ำกว่าจึงรีบคุกเข่าให้ต่ำลงมาเป็นเหมือนชันเข่า เพราะว่าตอนนั้นพระองค์ท่านประทับยืนอยู่ ถ้านั่งพับเพียบเลยก็จะต่ำเกินไปเพราะว่าผมต้องพูดอธิบายด้วย
.
ปรากฏว่าพระองค์ท่านก็คุกเข่าลงไปด้วยผมก็เลยนั่งพับเพียบให้ต่ำลงไปอีก พระองค์ท่านก็ประทับพับเพียบเหมือนกันเลยกลายเป็นว่าวันนั้น นั่งพับเพียบสนทนากัน ๒-๓ ชั่วโมงบนดาดฟ้าพระตำหนักในเวลาช่วง บ่ายที่ร้อนเปรี้ยง ......." เพื่อช่วยเหลือรักษาพยาบาลแก่ผู้เจ็บป่วยในท้องถิ่นห่างไกลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงให้ความสำคัญกับการพัฒนาวิทยุสื่อสาร ของหน่วยงานราชการที่ใกล้ชิดกับการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และบรรดาหน่วยงานที่รักษาเขตอธิปไตยของชาติ โดยเฉพาะในท้องถิ่นทุรกันดาร
หมายเหตุ รองศาสตราจารย์ ดร.สุธี อักษรกิตติ์ (อดีตคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และอดีตอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน)
 
สายอากาศ สุธี ทำให้วิทยุสื่อสารสามารถส่งได้ไกลมากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มแรงดันไฟฟ้าเพื่อเพิ่มกำลังส่ง เหมาะสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจตระเวนชายแดน และทหาร ที่บริเวณชายแดนหรือพื้นที่ป่าในท้องถิ่นทุรกันดารที่ห่างไกล
 
ใต้เบื้องพระยุคลบาทของ พล.ต.ต. สุชาติ เผือกสกนธ์
พลตำรวจตรี สุชาติ เผือกสกนธ์ เป็นอีกผู้หนึ่งที่ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทในด้านวิทยุสื่อสาร ตั้งแต่เป็นหัวหน้ากองตำรวจสื่อสาร
.
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงติดต่อสื่อสารกับหนวยงานตำรวจต่างๆ ทั้งในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค เพราะเป็นข่ายวิทยุสื่อสารที่จะสามารถใช้เพื่อสดับตรับฟังข่าวสาร ทุกข์ร้อนของราษฎรได้ใกล้ชิดที่สุด ทั้งข่าว โจรกรรม อัคคีภัย ตลอดจนการจราจร ได้อย่างดี
.
“...ในด้านการตรวจซ่อมเครื่องรับ และเครื่องส่งวิทยุที่ทรงใช้งานอยู่นั้น เป็นกิจกรรมที่ทรงสนพระทัยไม่น้อยเช่นกัน เมื่อมีการชำรุดขัดข้องเกิดขึ้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะทรงตรวจและซ่อมเครื่องวิทยุนั้นด้วยพระองค์เอง ทรงเปิดเครื่อง ตรวจวัด ทรงเปลี่ยนอุปกรณ์ชิ้นส่วนที่ชำรุด และทรงบัดกรีด้วยพระองค์เอง โดยไม่ต้องเดือดร้อนถึงผม (พลตำรวจตรี สุชาติ เผือกสกนธ์) ช่างวิทยุของกองการสื่อสารตำรวจ...เครื่องรับ-ส่งวิทยุที่ได้ทรงใช้ในการซ้อมพระหัตถ์ (ซ้อมมือ) และจำเป็นต้องเปิดเครื่องออกมาทำการตรวจวัดแรงดันไฟฟ้าตรงจุดต่างๆ ที่เชื่อมต่อกับไดโอด และทรานซิสเตอร์ ซึ่งมีหน้าที่ต่างๆ ของภาคเครื่องรับ และภาคเครื่องส่ง (การเปิดเครื่องออกมาปฏิบัติการรับส่งว่า “ควักไส้” หรือ “ชำแหละ”) เพื่อเพิ่มพูนทักษะในด้านช่างวิทยุ”
.
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสามารถซ่อมวิทยุสื่อสารได้ด้วยพระองค์เอง ซึ่งการซ่อมวิทยุสื่อสารนั้นเป็นที่ทราบกันดีทั่วไปของช่างเทคนิคทั้งหลายว่า วิทยุสื่อสารนั้นต้องใช้เทคนิคเชิงช่างชั้นสูงในการตรวจซ่อม เพราะวิทยุสื่อสารนั้นต่างกับอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ทั่วไปที่ไม่ใช่แค่เพียงเชื่อมต่ออุปกรณ์ แต่วิทยุสื่อสารนั้นต้องมีความรู้ความเข้าใจอย่างสูงในหลักวิศวกรรมไฟฟ้าสื่อสารเรื่องการถ่ายเทพลังงานคลื่นผ่านชิ้นส่วนอุปกรณ์ต่างๆ เป็นอย่างดี จึงจะสามารถทำได้
.
เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงมีความรู้ความเข้าใจ ประสบความสำเร็จในวิชาการสื่อสารโทรคมนาคมทั้งในด้านปฏิบัติการ และด้านวิศวกรรมคืองานด้านช่างแล้ว พระองค์ยังได้ทรงเปี่ยมด้วยองค์ธรรมสำคัญประจำพระองค์ที่เรียกว่า “พรหมวิหาร ๔” ได้แก่ พระเมตตา ได้ทรงพระกรุณา ขวนขวายหาวิธีการมาแนะนำ สั่งสอน ถ่ายทอดความรู้ ผลงาน ผลการทดลองค้นคว้าต่างๆ ให้แก่ผู้ที่อยู่ในวงการได้มีความรู้ความเข้าใจในทางที่ถูกต้อง อย่างไม่ทรงถือพระองค์ ไม่ทรงเบื่อหน่ายที่จะพระราชทานคำสอน คำแนะนำ แก่ข้าราชบริพารที่ปฏิบัติหน้าที่ถวายงานใกล้ชิด แม้แต่คณะแพทย์ประจำพระองค์ ก็ได้ทรงอบรมสั่งสอนวิธีการใช้เครื่องรับ-ส่งวิทยุในการติดต่อสื่อสาร ให้รู้จักเทคนิคการทำงานของเครื่องอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ร่วมด้วย เช่น เสา และ สายอากาศ เป็นต้น อย่างถูกต้อง
.
พลตำรวจตรีสุชาติ เผือกสกนธ์ ได้เล่าเกร็ดในหลวงกับวิทยุสื่อสารกรมตำรวจไว้ตอนหนึ่งว่า “การที่ได้ทรงพระกรุณารับฟัง และติดต่อทางวิทยุตำรวจเป็นประจำ จึงทรงทราบความลำบาก ความเดือดร้อนของข้าราชการตำรวจชั้นผู้น้อย ตำรวจประจำตู้ยามบางคนคับแค้นใจ เกี่ยวกับปัญหาครอบครัว ปัญหาการครองชีพ เมื่อเสพสุราแล้วครองสติไม่ได้ ไม่รู้จะระบายความในใจกับใคร จึงได้พล่ามบรรยายมาทางวิทยุ บางคนหลับยามไม่พอกดคีย์ ไมโครโฟนค้าง ทำให้มีเสียงกรนออกอากาศมาด้วย บางคนตะโกนร้องเพลงลูกทุ่ง ออกอากาศมาเป็นการแก้เหงา ก็มีที่จัดได้ว่าโชคดี  
.
ในยามดึกวันหนึ่ง พนักงานวิทยุคนหนึ่งได้ระบายความเดือดร้อน เนื่องจากหิวโหยไม่สามารถ หาอาหารรับประทานได้เพราะต้องเข้าเวร เมื่อทรงรับฟังแล้วทรงสงสาร จึงได้รับสั่งทางวิทยุกับผู้เขียนในฐานะที่เป็น ผู้บังคับบัญชาของหน่วยงานนั้นโดยตรงว่า โปรดเกล้าฯ พระราชทานตู้เย็นเพื่อ เก็บอาหารสำรอง สำหรับเวรยามดึกให้ ๑ ตู้"
 
ในคราวเกิดวาตภัยที่ตำบลสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี เมื่อ พ.ศ. 2539 จัดเป็นอุบัติภัยธรรมชาติที่มี
ความรุนแรง สร้างความเสียหายให้แก่ประชาชนในท้องถิ่นเป็นอย่างมาก พล.ต.ต.สุชาติ เผือกสกนธ์ อดีตอธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลข ผู้ซึ่งเคยถวายงานด้านการสื่อสารแก่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เล่าไว้ว่า
...มีนักวิทยุอาสาสมัครจำนวนหนึ่งได้เสียสละเดินทางออกไปช่วยเหลือบรรเทาสาธารณภัยครั้งนั้นด้วยความเต็มใจ โดยวางแผนจัดตั้งโครงข่ายเฉพาะกิจขึ้นในบริเวณที่เกิดเหตุ สามารถเชื่อมต่อประสานงานกับศูนย์ควบคุมข่าย “สายลม” โดยมีการรายงานข่าวสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงให้นักวิทยุอาสาสมัคร ส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบทางวิทยุเป็นระยะๆ เมื่อความได้ทราบถึงพระกรรณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงติดต่อเข้ามาที่ศูนย์ควบคุมข่าย “สายลม” และได้พระราชทานคำแนะนำวิธีการจัดข่ายการสื่อสารเฉพาะกิจดังกล่าว โดยให้นำรถยนต์ที่ติดตั้งเครื่องรับ-ส่งวิทยุ เป็นสถานีวิทยุเคลื่อนที่ไปจอดปฏิบัติการณ์ในบริเวณจังหวัดราชบุรี โดยให้พิจารณาคัดเลือกสถานที่สูงๆ เพื่อเป็นสถานีถ่ายทอดข้อความการรายงานข่าวระหว่างนักวิทยุอาสาสมัครที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่เหตุการณ์ กับศูนย์ควบคุมข่าย “สายลม” และนักวิทยุอาสาสมัครอื่นๆ ที่มีสถานีวิทยุซึ่งมีประสิทธิภาพในการทำงานสูง สามารถติดต่อสื่อสารได้ในรัศมีไกลเป็นพิเศษ (สถานีวิทยุที่ใช้สายอากาศที่มีเกนสูงรับส่งสัญญาณวิทยุในทิศทางเดียว และสามารถบังคับทิศทางของสายอากาศได้)
.
นอกจากนี้ ยังได้พระราชทานคำแนะนำกำชับเรื่องแบตเตอรี่ประจำเครื่องวิทยุที่ใช้ปฏิบัติงานว่า จะต้องเตรียมแบตเตอรี่สำรองที่ได้ประจุไฟเต็มไว้ไปให้เพียงพอ การบรรจุแบตเตอรี่เข้าในกระเป๋าหีบห่อสัมภาระ จะต้องระมัดระวังให้มีการใช้ฉนวนหุ้มห่อขั้วแบตเตอรี่ให้ดี มิฉะนั้น อาจเกิดปัญหาทำให้แบตเตอรี่มีการลัดวงจรไฟฟ้าระหว่างขั้วแบตเตอรี่เมื่อไปสัมผัสกับพวงกุญแจ หรือ สิ่งที่เป็นโลหะอื่นๆ ที่ปะปนอยู่ ทำให้ประจุไฟในแบตเตอรี่สำรองนั้นหมดไปเสียก่อนที่จะนำออกมาใช้งาน พระราชกระแสแนะนำวิธีปฏิบัติต่างๆ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาพระราชทานแก่นักวิทยุอาสาสมัครที่จะออกไปปฏิบัติงานทางวิทยุอยู่นานเกือบครึ่งชั่วโมง ได้สร้างเสริมขวัญและกำลังใจให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างยิ่ง…”
VR 009
มนัส ทรงแสง
อดีตรองอธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลข และอดีตรองเลขาธิการ กทช.
              นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างใหญ่หลวงแก่ปวงนักวิทยุสมัครเล่นในประเทศไทย  และแก่กรมไปรษณีย์โทรเลข  ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสนพระทัยในการติดต่อสื่อสารทางวิทยุ  ในเครือข่ายวิทยุสมัครเล่น  ทรงทดลองการแพร่กระจายคลื่นวิทยุและการรับสัญญาณด้วยพระองค์เอง  ทรงเคร่งครัดในการปฏิบัติตามระเบียบของการติดต่อสื่อสาร  ทั้งในแง่ความถูกต้องของคำพูดติดต่อสื่อสาร  และการใช้เครื่องวิทยุคมนาคมที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล  พระองค์ทรงทักท้วง  ตักเตือนหากนักวิทยุสมัครเล่นคนใดมิปฏิบัติตามระเบียบ   ในขณะเดียวกันก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  พระราชทานคำแนะนำคำอธิบายปัญหาทางเทคนิค  ด้วยภาษาง่าย ๆ  ให้หายข้องใจได้ทุกครั้ง
                ด้วยเหตุนี้  เมื่อกรมไปรษณีย์โทรเลขได้ก่อตั้งชมรมวิทยุอาสาสมัครหรือเรียกย่อเป็นภาษาอังกฤษว่า  VR (Voluntary  Radio)  ขึ้น กรมไปรษณีย์โทรเลขจึงได้ทูลเกล้าฯ ถวายสัญญาณเรียกขาน VR009  แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๒๔  ด้วยรู้สึกสำนึกในพระหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้  พระองค์ทรงใช้วิทยุติดต่อในข่ายวิทยุอาสาสมัครเป็นครั้งแรก  พ.ศ. ๒๕๒๘  และทรงติดต่อทางวิทยุกับศูนย์สายลมกรมไปรษณีย์โทรเลข  เพื่อทดสอบสัญญาณหลายครั้ง ในบางโอกาสพระองค์ทรงพระราชทานคำแนะนำทางด้านเทคนิคเกี่ยวกับการปรับแต่งเครื่องรับส่งวิทยุที่มีความสลับซับซ้อน  ตลอดจนพระราชทานความรู้เกี่ยวกับสายอากาศและการแพร่กระจายคลื่น และลักษณะการถูกรบกวนของคลื่นวิทยุในข่ายต่าง ๆ  และวิธีการที่แก้ไขการรบกวนนั้นด้วย  อาทิเช่น
              พระราชทานคำสอนเกี่ยวกับการใช้เครื่องรับส่งวิทยุของศูนย์สายลม  เมื่อครั้งที่ศูนย์สายลมได้รับมอบเครื่องรับ-ส่งวิทยุ  ตราอักษร YAESU แบบติดตั้งประจำที่รุ่น FT – 726R จาก VR 241 ประมาณเดือนกรกฎาคม ๒๕๒๘  และในครั้งนั้น VR 241  ได้นำเครื่องวิทยุรุ่นเดียวกันนี้ขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจำนวน ๑ ชุด  เมื่อศูนย์สายลมได้นำเครื่องรับ-ส่งวิทยุเครื่องนี้มาใช้งานในศูนย์สายลม  พนักงานวิทยุยังไม่สามารถที่จะใช้งานเครื่องวิทยุดังกล่าวซึ่งมีปุ่มปรับต่าง ๆ  มากมายได้อย่างถูกต้อง  ทำให้มีการรายงานผลการรับฟังผิดพลาด  มีสมาชิกหลายคนได้สอบถามความผิดปกติของเครื่องวิทยุของศูนย์สายลม  ในครั้งนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ได้ทรงพระราชทานกระแสรับสั่งมาทางวิทยุในข่ายวิทยุอาสาสมัครในความถี่ช่องเรียกขานซึ่งพวกเรายังจำได้ดีถึงพระราชกระแสรับสั่งมีใจความดังนี้  “ เครื่องวิทยุของสายลม  เป็นเครื่องพี่เครื่องน้องกับของ VR009 “  แล้วพระองค์ก็ทรงพระราชทานคำแนะนำเกี่ยวกับการใชเครื่องวิทยุนั้นเป็นขั้นเป็นตอนโดยละเอียด  จนกระทั่งพนักงานวิทยุในศูนย์สายลมมีความเข้าใจถึงวิธีการปรับปุ่มต่าง ๆ  ได้อย่างถูกต้อง
              ในการทดสอบสุญญาณครั้งแรกในปี พ.ศ. ๒๕๒๘  กับศูนย์สายลมกรมไปรษณีย์โทรเลข  นายมนัส  ทรงแสง VR019 ข้าราชการกรมไปรษณีย์โทรเลขปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการสื่อสาร ในขณะนั้นได้เล่าให้ฟังว่า พระองค์ทรงตรัสเรียกสายลม VR009 ขอเช็คเน็ทและเจ้าหน้าที่ศูนย์สายลมได้กราบบังคมทูลว่า Report สัญญาณของท่าน VR009 59+60 dB 73
              นั่นคือ  วันแห่งความทรงจำของศูนย์สายลม  กรมไปรษณีย์โทรเลข  และหลังจากเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ได้ผ่านพ้นไปแล้วด้วยความปลื้มปีติ   พระองค์ได้ทรงทดสอบสัญญาณกับศูนย์สายลมอีกหลายครั้ง  และเกือบทุกครั้งพระองค์ก็ได้พระราชทานคำแนะนำทางด้านเทคนิคเกี่ยวกับการติดต่อสื่อสาร  ซึ่งกรมไปรษณีย์โทรเลขใครขอพระราชทาน  พระบรมราชานุญาตเผยแพร่ไว้  ณ  โอกาสนี้
ในวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๒๘  ทรงทดสอบสัญญาณและทรงสอบถามว่า  ศูนย์สายลมมีเสียงรบกวนมากหรือไม่  เมื่อเจ้าหน้าที่กราบบังคมทูลว่า  บางครั้งศูนย์สายลมรับสัญญาณ   QR Nancy ได้ถึง   +55 dB ทำให้ไม่สามารถรับสัญญาณของสมาชิกได้ ทรงพระราชทานคำแนะนำในการแก้ไขปัญหาการรบกวนด้วยการใส่ Cavity เนื่องจาก Filter ที่ศูนย์สายลมใช้ป้องกันการรบกวนอยู่ในเวลานี้มันไม่แคบพอ และทรงอธิบายเปรียบเทียบว่า Cavity เป็นช่องโหว่ เหมือน Cavity ในฟันเวลาปวด
              นอกจากนี้ทรงสอบถามเรื่องการรบกวนจากคลื่นวิทยุกระจายเสียง  เนื่องจากทรงได้ยินเสียงเพลง และทรงเข้าใจว่าเข้าทาง Audio ของสายลม  เจ้าหน้าที่ศูนย์สายลมได้กราบบังโคมทูลว่า  ได้พยายามหาสาเหตุแล้วเข้าใจว่า  Ground  ของเครื่องวิทยุคงลงไม่ดี   แต่ก็ไม่ทราบว่าเกิดการ  Modulation  ที่ตรงไหน  พระองค์ได้พระราชทานคำแนะนำว่าเกิดการ   Modulation  เข้าทางสายไมโครโฟน  ถ้าทำGround  ให้ดีขึ้นอาจจะลดลงไป  หรือมิฉะนั้นอาจจะต้องทำ  Low – pass Filter  แต่ถ้ายังไง    ถ้าลองทอดสายไมโครโฟนมาล้างแล้วเช็ดใส่กลับเข้าไปใหม่ก็อาจค่อยยังชั่ว  หรือมิฉะนั้นจะต้องใส  Circuit  ป้องกัน
  วันที่  ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๒๘ ทรงพระราชทานคำแนะนำการป้องกันฟ้าผ่า

  วันที่  ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๒๘ เวลา  ๐๒.๓๐ น.  คืนนั้น VR969 และ VR938 ออกไปช่วยรถของสมาชิกที่จอดแช่น้ำเนื่องด้วยฝนตกหนักน้ำท่วมสูงมากรถจอดแช่น้ำอยู่ ทรงติดต่อเข้าไปให้กำลังใจและแนะนำเส้นทางกลับบ้าน
.
 วันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๒๘ 
ขณะที่ทรงพระราชทานคำแนะนำการใช้เครื่องวิทยุคมนาคมแบบติดตั้งประจำที่   YAESU FT – 726R มีผู้กดคีย์ว่างอยู่นานประมาณเกือบ ๒๕ วินาที ทรงสอบถามว่าสายลมกดคีย์หรือเปล่าและเมื่อทรงทราบว่าไม่ใช่สัญญาณของสายลม ก็ได้พระราชทาน Report สัญญาณว่า ผู้กดคีย์ว่างเข้ามานั้นสัญญาณเบี่ยงไปทางลบจุดหนึ่ง และทรงตรัสว่า คงเพราะเราผูกขาดความถี่มานานพอสมควรคนอื่นอยากเข้ามา ถ้าเข้ามาก็เชิญ VR009 เคลียร์ ไม่ต้องเบรก
              นับเป็นศิริมงคลกับศูนย์สายลมกรมไปรษณีย์โทรเลขที่ทรงติดต่อเข้ามายังศูนย์อย่างไม่ถือพระองค์และทรงปฏิบัติการติดต่อสื่อสารถูกต้องตามระเบียบวินัยเฉกเช่น นักวิทยุสมัครเล่นทั่วไป  พระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าฯ หาที่สุดมิได้      
 
 
 
 
วิทยุสื่อสารกับปฏิบัติการฝนหลวง
ในการปฏิบัติการฝนเทียมหรือฝนหลวงพระราชทาน “วิทยุสื่อสาร” ถือเป็นเครื่องมืออันสำคัญในการปฏิบัติภารกิจ ซึ่งหากประสบปัญหาเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่ไม่ทราบล่วงหน้า นักบินผู้ปฏิบัติจำเป็นต้องได้รับคำแนะนำแก้ไขโดยฉับพลัน และในช่วงแรกของการปฏิบัติภารกิจฝนหลวง ยังไม่มีการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้ปฏิบัติการด้วยกัน จึงเป็นเหตุให้ไม่ได้ผลเท่าที่ควร กล่าวคือฝนไม่ตกในเป้าหมายบ้าง ตกน้อย หรือไม่ตกตามที่คิดบ้าง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงสดับตรับฟังข่าวการปฏิบัติการฝนเทียมทุกครั้ง และทรงทราบถึงปัญหาสำคัญคือ การขาดการติดต่อสื่อสารที่ดี จึงพระกุรณาโปรดเกล้าฯ ให้ติดตั้งวิทยุให้แก่หน่วยปฏิบัติการฝนเทียม ทั้งทางอากาศและทางภาคพื้นดิน จึงทำให้ปฏิบัติการฝนหลวงลุล่วงด้วยความราบรื่น
 
 
ตลอดเวลาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงเข้าร่วมในข่ายวิทยุอาสาสมัคร โดยได้ทรงทดสอบสัญญาณ รายงานสถานภาพของสถานี หรือ เช็คเนตกับศูนย์ควบคุมข่าย “สายลม” ของกรมไปรษณีย์โทรเลขตามระเบียบที่วางไว้เป็นประจำ พระองค์ท่านได้ทรงเคร่งครัดต่อระเบียบข้อบังคับกฎเกณฑ์กติกาของชมรมวิทยุ อาสาสมัคร เช่นเดียวกับนักวิทยุอาสาสมัครทั่วไป ทรงจดจำ ประมวลสัญญาณ หรือ Q-Codes ที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารภายในข่ายได้อย่างแม่นยำ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงตระหนักดีว่า นักวิทยุอาสาสมัครจำนวนไม่น้อยมีความสนใจที่จะขวนขวายหาความรู้เพิ่มเติมในด้านเทคนิคการติดต่อสื่อสารทางวิทยุเพื่อพัฒนาตนเองให้มีทักษะเพิ่มมากยิ่งขึ้น ในฐานะที่พระองค์ท่านได้ทรงมีความรู้ และประสบการณ์ในเทคนิคแขนงนี้สูงกว่า เนื่องจากได้ทรงผูกพันอยู่กับเรื่องการสื่อสารทางวิทยุมาก่อนเป็นเวลา นานกว่า ๑๓ ปี จึงทรงพระกรุณาที่จะพระราชทานความรู้เพิ่มเติมให้แก่นักวิทยุอาสาสมัครอยู่ เป็นประจำ โดยได้โปรดเกล้าฯ ให้แพทย์ประจำพระองค์ ซึ่งเป็นนักวิทยุอาสาสมัคร ตั้งคำถามเกี่ยวกับเทคนิคในการติดต่อสื่อสารทางวิทยุ เช่น เรื่องการแผ่กระจายของคลื่นวิทยุ สายอากาศ เป็นต้น และให้มีผู้ตอบปัญหาทางอากาศขึ้นทุกตอนเย็นเป็นประจำในช่วงเวลาประมาณ ๑๗.๐๐-๑๘.๐๐ น. เพื่อให้นักวิทยุอาสาสมัครอื่นๆ ที่มีความสนใจได้รับฟังเป็นการเพิ่มพูนความรู้ไปด้วย ในบางโอกาส ได้ทรงเข้าร่วมสนทนาด้วย ในโอกาสนี้ จะทรงช่วยขยายความคำอธิบายตอบปัญหาของผมซึ่งทรงเห็นว่า สั้นเกินไป ฟังแล้วยังเข้าใจยาก เพื่อให้ผู้รับฟังได้เข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้น


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสนพระทัยในเรื่องวิทยุเป็นอย่างมาก ตั้งแต่เมื่อครั้งยังเยาว์ ซึ่งพระองค์ประทับอยู่ ณ เมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พระองค์ได้ทรงซื้ออุปกรณ์เครื่องรับวิทยุ ซึ่งมีวางขายเลหลังราคาถูกทรงประกอบเป็นเครื่องรับวิทยุชนิดแร่ สามารถรับฟังวิทยุกระจายเสียงในยุโรปได้หลายแห่ง ต่อมาเมื่อกิจการวิทยุเจริญก้าวหน้ามากขึ้น ได้นำหลอดวิทยุมาใช้ในเครื่องรับ-ส่งวิทยุ และเครื่องขยายเสียง และพระองค์ท่านก็ได้ทรงทดลองอุปกรณ์แบบใหม่นี้ด้วยเช่นกัน
เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินกลับมา ประทับอยู่ในประเทศไทยเป็นการถาวร ในปี พ.ศ. ๒๔๙๕ พระองค์ได้ทรงตั้งสถานีวิทยุ อ.ส. ขึ้นที่พระราชวังสวนดุสิต และชื่อสถานีวิทยุดังกล่าวได้ทรงนำมาจากอักษรย่อของพระที่นั่งอัมพรสถาน ซึ่งเป็นสถานที่ที่ใช้ออกอากาศครั้งแรก ต่อมาจึงย้ายสถานีวิทยุ อ.ส. เข้าไปตั้งในบริเวณพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน
.
สถานีวิทยุ อ.ส. เมื่อแรกตั้งเป็นสถานีเล็กๆ มีเครื่องส่ง ๒ เครื่อง ขนาดที่มีกำลังส่ง ๑๐๐ วัตต์ ออกอากาศด้วยคลื่นสั้นและคลื่นยาวในระบบ AM พร้อมๆ กัน เครื่องส่งรุ่นแรกนี้เป็นเครื่องที่ กรมประชาสัมพันธ์ทูลเกล้าฯ ถวายและติดตั้งให้ด้วยเมื่อออกอากาศไปได้ระยะหนึ่ง และในระบบคลื่นสั้นก็มีจดหมายรายงานผลการรับฟัง เข้ามาจากหลายประเทศ เช่น นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา เยอรมันฯ เป็นต้น ดังนั้นจึงทรงโปรดเกล้าฯ ให้ขยายกำลังส่ง โดยมีชื่อรหัสสถานีว่า HS 1 AS ในปี พ.ศ. ๒๕๒๕ สถานีวิทยุ อ.ส. ได้เพิ่มการส่งกระจายเสียงในระบบ FM ขึ้นอีกระบบหนึ่ง ในการขยายด้านกำลังส่งนั้นอุปกรณ์ต่างๆ ล้วนแต่มีผู้โดยเสด็จพระราชกุศล เพื่อให้สถานีวิทยุ อ.ส. สามารถบริการประชาชนได้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น อาจถือได้ว่าเป็นสถานีวิทยุเอกชนเพียงแห่งเดียวที่สามารถกระจายเสียงคลื่นสั้นได้ ทั้งนี้เพราะถือว่าเป็นเครือข่ายกรมประชาสัมพันธ์
.
พระองค์ทรงมีวัตถุประสงค์ที่ทรงตั้งสถานีวิทยุ อ.ส. เพื่อเปิดโอกาสให้พสกนิกรมีช่องทางในการติดต่อกับพระองค์ได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องผ่านกระบวนการขั้นตอนตามพิธีการเหมือนในสมัยก่อน ทรงใช้สถานีวิทยุเพื่อเป็นสื่อในการประชาสัมพันธ์ติดต่อข่าวสารกับประชาชน และเป็นสื่อสัมพันธ์ระหว่างพระองค์และประชาราษฎร์ ที่ทรงแสดงให้ทราบถึงใจรักที่พระองค์ท่านพระราชทานให้กับประชาชนทั่วทุกคน
.
นอกเหนือจากเป็นสถานีวิทยุของสื่อมวลชนเพื่อการบันเทิง และเผยแพร่ความรู้กับประชาชนแล้ว ยังได้ทำหน้าที่แจ้งข่าวสารแก่ประชาชนในโอกาสสำคัญ หรือเกิดเหตุการณ์ที่สำคัญต่างๆ ขึ้น เช่น การเกิดโรคโปลีโอระบาดในปี พ.ศ. ๒๔๙๕ อหิวาตกโรคในปี พ.ศ. ๒๕๐๑ และเมื่อเกิดวาตภัยที่แหลมตะลุมพุกในปี พ.ศ. ๒๕๐๕ โดยมีพระราชดำริให้ใช้สถานีวิทยุ อ.ส. เพื่อทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการช่วยเหลือผู้ประสบเคราะห์กรรม จนเป็นบ่อเกิดของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานไว้เพื่อเปิดโอกาสให้คนที่มีความรู้ ความสามารถ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยราชการหรือเอกชน ได้เข้ามาสนองพระมหากรุณาธิคุณให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ดังนั้นเจ้าหน้าที่ของสถานีจึงเป็นอาสาสมัครทั้งสิ้น และทรงรับภาระต่างๆ ด้านสถานีด้วยทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ พระองค์ทรงใช้นโยบายประหยัดและใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่าที่สุด
 
พระราชกรณียกิจในการนำกิจการโทรทัศน์มาพัฒนาบ้านเมือง
กรมสามัญศึกษาประสบปัญหาการขาดแคลนครูที่สอนระดับมัธยมศึกษาตลอดมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ และโรงเรียนที่อยู่บริเวณชายแดน มีนักเรียน ๑,๐๐๐ คน ต่อครู ๒๐ คน ขณะที่ครูมัธยมในอำเภอต่างๆ มี ๗๐-๑๐๐ คน (วุฒิปริญญาตรีถึงปริญญาโท) ต่อนักเรียน ๑,๐๐๐ คน ในโรงเรียนมัธยมประจำจังหวัดมีครู ๑๘๕-๒๐๐ กว่าคน (วุฒิปริญญาตรีถึงปริญญาเอก) ต่อนักเรียน ๓,๘๐๐ คน ถึง๔,๐๐๐ คน กรมสามัญศึกษาพยายามแก้ไขสถานการณ์ตลอดมา
.
เพื่อแก้ไขการขาดแคลนครูในชนบทข้างต้น มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม สามารถถ่ายทอดสดหลักสูตรมัธยมศึกษา ขยายเครือข่ายไปยังโรงเรียนมัธยมประจำจังหวัดทั่วประเทศประมาณ ๒,๗๐๐ โรงเรียน โรงเรียนเอกชน และโรงเรียนอื่นๆ ประมาณ ๓๐๐ แห่ง รวม ๓,๐๐๐ โรงเรียน มีนักเรียนที่ได้รับพระราชทานการศึกษาจากโรงเรียนวังไกลกังวล ประมาณ ๒ ล้านคน สมาชิก UBC อีก ๓๕๐,๐๐๐ คน และประเทศเพื่อนบ้าน ๔ ประเทศ ได้แก่กัมพูชา ลาว พม่า และเวียตนาม นอกจากการถ่ายทอดสดหลักสูตรมัธยมศึกษาแล้ว สถานีวิทยุโทรทัศน์ฯ วังไกลกังวล ยังทำการถ่ายทอดรายการการศึกษาชุมชน หลักสูตรวิชาชีพของวิทยาลัยการอาชีพวังไกลกังวล (ระยะสั้นและปกติ จนถึง ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส) ) สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลวิทยาเขตวังไกลกังวล และรายการของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ในเรื่องเกี่ยวกับรายการต่างๆ และการดำเนินการของสถานีวิทยุโทรทัศน์การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานคำแนะนำ และพระราชทานรายการชื่อ “ศึกษาทัศน์” ออกอากาศทุกวัน ยิ่งไปกว่านั้น สถานีวิทยุโทรทัศน์การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมวังไกลกังวล ยังเป็นที่ฝึกงานของนักศึกษาปีสุดท้าย และนักศึกษาฝึกหัดจากสถาบันต่างๆ เช่น มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สถาบันราชภัฏต่างๆ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ วิทยาลัยนานาชาติ ชิลเลอร์ สแตมฟอร์ด หัวหิน
.
ในหลวงของปวงประชา ทรงทุ่มเทพระวรกายในการพัฒนาบ้านเมืองและบำบัดทุกข์ บำรุงสุขราษฎร ดังเช่นพระมหากษัตริย์ราชวงศ์จักรีทุกพระองค์ได้ทรงกระทำมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ทรงใช้เทคโนโลยีการสื่อสารสนับสนุนการปฏิบัติพระราชกรณียกิจของพระองค์ ด้วยพระอัจฉริยะภาพด้านการสื่อสารของพระองค์ตลอดระยะเวลาที่ทรงครองราชย์
.
ในวาระฉลองพระชนมายุครบ ๘๔ พรรษา
ข้าพพุทธเจ้า นายปรเมศวร์ กุมารบุญ และเว็บไซต์ torakom.com
ขอถวายความจงรักภักดีจนกว่าชีวีจะหาไม่
ด้วยเกล้าฯ ด้วยกระหม่อม ขอเดชะ

 




Forward ไปให้เพื่อน : Print หน้านี้
ถูกนำขึ้นโดย : กอง บก. torakom.com

 

*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากนักเขียนท่านต่างๆ ที่ส่งมา และเขียนขึ้นมาแบบอัตโนมัติ
ถ้าผู้ในนำไปแสดงที่อื่นกรุณา ใส่เครดิตว่ามาจาที่ไหนเพื่อเป็นการ สนับสนุน และให้เครดิต นักเขียน เหล่านั้น
เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง
ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า


เขียนวันที่ 2011-12-17 | อ่าน 6835 คน | ตอบ 0 คน | แก้ไขล่าสุด 2011-12-17
 
ร่วมแสดงความคิดเห็น
ชื่อ :
:
รูปภาพ
: ท่านต้องเป็นสมาชิกก่อน ถึงจะสามารถ upload รูปได้ ค่ะ
รายละเอียด :
:
กรุณาใส่รหัสพิเศษ :
ยังไม่มีการโพสความคิดเห็นในเนื้อหานี้

10 อันดับบทความล่าสุดในหมวดนี้
  1. ย้อนประวัติศาสตร์การบัญชาการเรือรบฝรั่งเศสโดยโทรเลขเพื่อยึดอาณาเขตสยาม รศ.๑๑๒ ตอนที่ ๒ (9040)
  2. น่าจะมีอะไรมากกว่านี้ ในไปรษณียาคาร (7739)
  3. กำเนิดโทรศัพท์ประจำที่ (บ้าน) (6959)
  4. พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหิตลาธิเบศรรามาธิบดีจักรีนฤบดินทรสยามินทราธิราบรมนาถบพิตร (6835)
  5. กำเนิดการโทรคมนาคมไทย ตอนที่ ๕ (6828)
  6. กำเนิด กรมไปรษณีย์โทรเลขไทย (6389)
  7. กำเนิดโทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเทศไทย (5922)
  8. ย้อนประวัติศาสตร์การบัญชาการเรือรบฝรั่งเศสโดยโทรเลขเพื่อยึดอาณาเขตสยาม รศ.๑๑๒ ตอนที่ ๓ (5501)
  9. ครั้งแรกของคนโทรคมนาคมไทย ได้เห็นโฉมผู้นำการโทรคมนาคมแรกเข้าสู่สยาม ( ๒๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๐๔) (4316)
  10. กำเนิดการโทรคมนาคมไทย ตอนที่ ๓ (3490)

10 อันดับบทความล่าสุดในหมวด Website
  1. ความรู้เบื้องต้นกับกฏหมายทรัพย์สินทางปัญญา (32767)
  2. Five Forces Model วิเคราะห์สนามแข่งขันและอธิบายสนามการแข่งขันโทรศัพท์เคลื่อนที่ไทยในปัจจุบัน (28292)
  3. มารู้จักทฤษฎีการแพร่กระจายนวัตกรรม (25409)
  4. นวัตกรรม คือ อะไร? (21396)
  5. ทฤษฎีลักษณะตลาดทางเศรษฐศาสตร์ เพื่อเข้าใจการแข่งขันเสรีโทรคมนาคม ตอนที่ 2 (19941)
  6. ตอนที่ 1 ทฤษฎีลักษณะตลาดทางเศรษฐศาสตร์ เพื่อเข้าใจการแข่งขันเสรีโทรคมนาคม (19866)
  7. ทฤษฎีลักษณะตลาดทางเศรษฐศาสตร์ เพื่อเข้าใจการแข่งขันเสรีโทรคมนาคม ตอนที่ 3 (13852)
  8. เจ้าชาย WiMAX อัศวินม้าขาว ของชาวชนบท (13611)
  9. Next Generation Network (NGN) คืออะไร (13302)
  10. การวิเคราะห์ความสามารถในการแข่งขันขององค์กรด้านเทคโนโลยี (12466)